Just another WordPress site

ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : ญี่ปุ่น

นับตั้งแต่เดินตามรอยการ์ตูนชื่อดังอย่าง “กัปตันซึบาสะ”
ตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อปี 1998 ญี่ปุ่น
ก็อยู่คู่กับการแข่งขันรายการนี้อย่างต่อเนื่อง
แถมไม่ได้เข้าร่วมในฐานะไม้ประดับด้วย
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ในแต่ละครั้งที่ขุนพล “ซามูไร”
เดินทางไปลุยฟุตบอลโลก
มักมีดาวดังของพวกเขาสร้างชื่อให้เป็นที่ประจักษ์เสมอ ไล่ตั้งแต่
ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชินจิ โอโนะ, ชุนซึเกะ นากามูระ, เคซึเกะ
ฮอนดะ ไปจนถึง ชินจิ คากาวะ
กระนั้นกับศึกฟุตบอลโลก 2018 ดูจะแตกต่างออกไป เมื่อ
ญี่ปุ่น ภายใต้การนำของ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช
อุดมไปด้วยขุมกำลังที่ค้าแข้งอยู่ในยุโรป ถึงขนาดที่ดาวดังอย่าง
มาซาโตะ โมริชิเกะ, ยูกิ โคบายาชิ, ทาคุมะ อาซาโนะ และ ยูยะ
คูโบะ ไม่มีที่ว่างในทีม
ก่อนจะถึงรัสเซีย
ในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย พลพรรค
“ซามูไร” ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม รอบสอง เข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม
รอบสุดท้าย ในฐานะแชมป์กลุ่ม อี หลังไล่อัด ซีเรีย, สิงคโปร์,
อัฟกานิสถาน และ กัมพูชา แบบไม่เสียประตูให้ใคร
หลังจากนั้น ญี่ปุ่น ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม
แม้จะมีสะดุดบ้างในบางเกม
แต่ก็ยังดีพอที่จะตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย
ในฐานะแชมป์กลุ่ม บี เหนือ ซาอุดิอาระเบีย, ออสเตรเลีย,
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิรัก และ ไทย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาในแคมป์ทีมชาติญี่ปุ่น
กลับเกิดหลังจากสร้างประวัติศาสตร์ไปลุยฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย
เป็นครั้งที่ 6 ติดต่อกัน เมื่อ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช มีปัญหาขัดแย้งกับ
บอร์ดบริหารสมาคมฟุตบอล ทำให้ต้องแต่งตั้ง อาคิระ นิชิโนะ
เข้ามารับเผือกร้อนแทน

บทสรุปที่รัสเซีย
ศึกฟุตบอลโลก 2018 ญี่ปุ่น จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม เอช กับ
โคลอมเบีย, เซเนกัล และ โปแลนด์ ซึ่งเทียบตามชื่อชั้นแล้ว
ทุกทีมมีโอกาสเข้ารอบน็อกเอาท์ได้หมด
ผลแพ้ชนะในแต่ละนัดจึงสามารถชี้เป็นชี้ตายได้
และนั่นทำให้การแข่งขันเต็มไปด้วยความเข้มข้น
สุดท้าย ญี่ปุ่น ที่แม้จะพ่าย โปแลนด์ ในเกมสุดท้าย
แต่ยังกินบุญเก่าเบียด เซเนกัล เข้ารอบน็อกเอาท์ตามหลัง
โคลอมเบีย
ไปด้วยกฎแฟร์เพลย์ที่พวกเขามีใบเหลืองติดตัวน้อยกว่าแค่ใบเดีย
ว โดยมี เบลเยียม รออยู่ในด่านถัดไป
ซึ่งเกมที่รอสตอฟ ญี่ปุ่น
เกือบเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
เมื่อออกนำไปก่อน 2-0 แต่สุดท้ายไม่อาจต้านทาน เบลเยียม ที่มี
โรเมลู ลูกากู, เอด็อง อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ และ แว็งซองต์
กอมปานี นำทัพ พ่ายไปหวุดหิด 2-3
อนาคตต่อจากนี้
แม้ ญี่ปุ่น จะทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้สำเร็จ แต่
อาคิระ นิชิโนะ ที่ได้รับการวางตัวเป็นกุนซือถาวร
กลับเลือกที่จะก้าวลงจากตำแหน่ง นั่นทำให้ สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น
จำต้องแต่งตั้ง ฮาจิเมะ โมริยาสุ
มือขวาของเขาเข้ามารับหน้าที่แทน
ซึ่งแม้ ฮาจิเมะ โมริยาสุ
จะยังไม่เคยมีประสบการณ์การคุมทีมในระดับนานาชาติ
ทว่าหากนับผลงานการนำ ซานเฟรชเซ่ ฮิโรชิม่า คว้าแชมป์เจ ลีก
3 สมัย ในปี 2012, 2013 และ 2015
นี่อาจเป็นกุนซือดาวรุ่งที่พอจะฝากความหวังเอาไว้ได้เช่นกัน
ตัดเกรด : ประสบความสำเร็จ

WaxMaiden

View more posts from this author

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *